เวเนฯเปิดจุดผ่านแดนโคลอมเบีย ครั้งแรกในรอบ4เดือน

รัฐบาลเวเนซุเอลาเปิดจุดผ่านแดนทางตะวันตกที่ติดกับโคลอมเบียเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เปิดโอกาสให้ประชาชนข้ามฝั่งไปซจับจ่ายซื้อสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองกูกูตา ประเทศโคลอมเบีย เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ว่าชาวเวเนซุเอลาหลายพันคนต่อแถวยาวเหยียดบริเวณจุดผ่านแดนเข้าสู่เมืองกูกูตา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของโคลอมเบีย ซึ่งเปิดทำการเมื่อวันเสาร์ หลังปิดตายตั้งแต่เดือนก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อเปิดโอกาสที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนักในการให้ประชาชนข้ามพรมแดนไปจับจ่ายซื้อสิ่งของจำเป็นสำหรับการอุปโภคบริโภคในฝั่งโคลอมเบีย โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของทั้งโคลอมเบียและเวเนซุเอลาร่วมกันดูแลความสงบเรียบร้อย
 
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร สั่งปิดพรมแดนหลายจุดตั้งแต่ต้นปีนี้ เพื่อป้องกัน “การรุกราน” จากสหรัฐ ที่รัฐบาลการากัสเชื่อว่าแอบแฝงมาในคราบของการส่งมอบสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม แต่ยอมเปิดจุดผ่านแดนกับอารูบา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะเลสเซอร์แอนทิลลีส ตั้งอยู่นอกชายฝั่งทางเหนือของประเทศ และจุดผ่านแดนทางใต้ที่ติดกับบราซิล เมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลเวเนซุเอลาเกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอชซีอาร์ ) ออกรายงานเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ว่าชาวเวเนซุเอลามากกว่า 4 ล้านคน หรือ 15% ของประชากรทั้งประเทศซึ่งมีอยู่ราว 31 ล้านคน ลี้ภัยจากจากสภาวะเศรษฐกิจและสังคมที่ล่มสลายตั้งแต่ปี 2558 ขณะเดียวกัน แองเจลินา โจลี ในฐานะทูตสันถวไมตรีของยูเอ็นเอชซีอาร์ ติดตามประธานาธิบดีอีวาน ดูเก ผู้นำโคลอมเบีย ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนผู้ลี้ภัยชาวเวเนซุเอลา ที่ค่ายในเมืองไมเกา ทางเหนือของโคลอมเบีย ซึ่งเป็นประเทศที่รับผู้ลี้ภัยชาวเวเนซุเอลามากที่สุดกว่า 1.3 ล้านคน ด้านกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ ( ยูนิเซฟ ) รายงานว่าเด็กราว 3.2 ล้านคนในเวเนซุเอลา หรือ 1 ใน 3 ของประชากรเด็กทั้งหมด ต้องการความช่วยเลหือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน.